เรือดำน้ำนั้น ซื้อมาตลอดและยังคงซื้อต่อไป


เรือดำน้ำนั้น

เป็นมหากาพย์สุดยิ่งใหญ่ในปี 2564  ที่กลายเป็นข่าวครึกโครมและมีข้อโต้แย้งอย่างมากมาย เมื่อรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณถูกเปิดเผยออกมาว่า มีรายการซื้อ เรือดำน้ำนั้น สองลำจากประเทศจีนกว่าสองหมื่นกว่าล้านบาทในขณะที่ประเทศชาติยังมีปัญหาเรื่องของโรคระบาดอย่าง โควิด-19 อยู่ ทำให้เรื่องนี้ถูกขุดย้อนกลับไปถึงในอดีตว่าไม่ใช่เพียงแค่ปีนี้ที่มีการจัดซื้อเรือดำน้ำ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีการจัดซื้อมาแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่เป็นการเปิดเผยสู่แหล่งสื่อสาธารณะมากนัก และก่อนหน้านี้ยังไม่มีการสนใจติดตามเรื่องของข่าวการเมืองมากเท่าปัจจุบัน ที่เหล่าประชาชนและเยาวชนรุ่นใหม่เริ่มตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น ทำให้เรื่องเหล่านี้ถูกขุดขึ้นมาเป็นประเด็นและมีปัญหาการประท้วงและก่อม็อบกันเช่นทุกวันนี้

เรือดำน้ำนั้น ถูกเซ็นอนุมัติซื้อมาตั้งแต่ในอดีต

ในการจัดซื้อเรือดำน้ำนั้นเราคงต้องย้อนระยะเวลากลับไปตั้งแต่เมื่อประมาณห้าปีที่แล้ว ไทยมีการตกลงซื้อขายกันกับจีนตั้งแต่ในช่วงระยะเวลานั้นแล้ว โดยในปีพ.ศ. 2558  ได้มีการเข้าพบจากคณะรัฐมนตรีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและหลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลก็มีการอนุมัติซื้อเรือดำน้ำจากจีนสามลำ โดยแจ้งว่าต้องมีการจัดซื้อเพื่อให้เป็นที่น่าเกรงขามต่อประเทศเพื่อนบ้าน และมีการชี้แจงว่าได้มีการสำรวจราคาเรือดำน้ำจากประเทศอื่นอีกหลายประเทศเช่นกัน แต่เมื่อเทียบราคากันแล้วราคาเรือดำน้ำจากประเทศจีนนั้นมีราคาถูกที่สุด และในสามลำนี้ลำที่สองและลำที่สามได้ส่วนลดเพิ่มจากจีนด้วย โดยเรือดำน้ำสามลำนี้มีแผนการจัดซื้อในเวลา 11 ปีรวมทั้งหมดสามหมื่นหกพันล้านบาทโดยวางแผนจัดสรรตัดจ่ายงบประมาณในปี 2563  แต่ในปี 2563 นั้นได้เกิดภาวะวิกฤติโรคระบาด โควิด-19 จึงได้มีผู้ทักท้วงว่าขอให้ตัดงบประมาณส่วนนี้เพื่อนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดก่อน ดังนั้นจึงยังไม่มีการตัดงบในปี2563  แต่ในปี 2564  ได้ถูกร่างข้อเสนอเพื่อขออนุมัติงบในส่วนนี้อีกครั้ง ทำให้กลายเป็นประเด็นที่ฮือฮาและทำให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาคัดค้านครั้งใหญ่อีกครั้ง

คำอธิบายของกองทัพเรือ

เนื่องจากมีกระแสข่าวออกมาอย่างรุนแรงและส่งผลให้เกิดการต่อต้านจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้กองทัพเรือจำเป็นจะต้องออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่ออธิบายเหตุการณ์ดังกล่าว โดยแจ้งว่าเรือดำน้ำทั้งสามลำนี้เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2566  โดยเรือดำน้ำสามลำมูลค่าสามหมื่นหกพันล้านบาท ได้จัดซื้อไปแล้วหนึ่งลำส่วนที่เหลือเป็นการทยอยตัดงบประมาน แต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์โรคระบาดขึ้นกองทัพเรือได้ทำการเจรจากับจีนในเรื่องนี้ในการชะลอโครงการ และมีกำหนดที่จะตกลงกันและลงนามในเดือนกันยายน 2564  และกองทัพเรือ ได้ออกมายืนยันว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำนี้ได้พิจารณาดีแล้ว โดยวงเงินชำระนี้คิดเป็น 0.093%  เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ต่อปีของทะเลไทยเท่านั้น ซึ่งเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบดีแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้างอยู่ เพราะมีข่าวหลุดออกมาว่าแม้ยกเลิกร่างการตัดงบในปี 2563 และ 2564  ออกไปแต่ในปี 2565  ก็มีการยื่นขอตัดงบในส่วนนี้อีกซึ่งประชาชนส่วนมากมองว่าการซื้อเรือดำน้ำนั้นยังไม่จำเป็นในขณะนี้ ถ้ายังไม่มีสงครามใดที่จะต้องสู้รบควรเอาเงินไปใช้ส่วนอื่นที่จำเป็นมากกว่านี้ก่อนดีกว่า สำหรับเรื่องนี้เราคงยังต้องติดตามกันต่อไป

อยากรวยด้วยบาคาร่า อ่าน สูตรบาคาร่า ทำเงินได้ทุกวัน แจกฟรีเป็นวิทยาทาน

Categories